การใช้เครื่องช่วยส าหรับผู้ป่วยเด็กสมองพิการเพื่อใช้ในการท ากายภาพบ าบัดและส่งเสริมให้เกิดความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ควบคุม มีข้อจ ากัดในเรื่องของการใช้งานและที่ส าคัญอุปกรณ์เหล่านั้นยังมีราคาที่ ค่อนข้างสูงเนื่องจากต้องน าเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นโครงการการพัฒนาเครื่องช่วยยืนส าหรับผู้ป่วยเด็กสมอง พิการจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องช่วยยืนส าหรับผู้ป่วยเด็กสมองพิการให้มีต้นทุนที่ถูกลง สามารถจัดท่า เริ่มต้นเป็นท่านั่งได้และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องช่วยยืนที่ถูกพัฒนาขึ้นนี้กับเครื่องช่วยยืนแบบเดิม ที่มีอยู่ในสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์และมูลนิธิพัฒนาการเด็กราชนครินทร์เชียงใหม่ โดยออกแบบและ สร้างเครื่องช่วยยืนส าหรับผู้ป่วยเด็กสมองพิการ จากนั้นน าเครื่องที่ได้ไปทดสอบเบื้องต้นกับกลุ่มตัวอย่าง โดยท าการสอบถามความพึงพอใจของนักกายภาพบ าบัดและผู้ที่ดูแลผู้ป่วยเด็กสมองพิการ เพื่อท าการปรับปรุง ในส่วนที่บกพร่อง จนได้เครื่องช่วยยืนที่สมบูรณ์แล้วจึงน าไปทดสอบกับผู้ป่วยเด็กสมองพิการ ณ สถาบัน พัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยการวัดมุมข้อต่อของผู้ป่วยเด็กด้วยเครื่องทดสอบ โกนิโอมิเตอร์ (Goniometer) ผลของการออกแบบเครื่องช่วยยืนส าหรับผู้ป่วยเด็กสมองพิการมีโครงสร้างของ เครื่องส่วนใหญ่ท าจากเหล็กรูปพรรณที่มีจ าหน่ายในท้องตลาด มีขนาดของเครื่องกว้าง 580 mm ยาว 840 mm สูง 810 mm และเมื่อปรับเป็นท่ายืน จะมีความสูง 800 mm และใช้กระบอกสูบไฮดรอลิกส์แบบแก๊สสปริง ที่มีระยะชัก 200 mm เป็นตัวช่วยผ่อนแรงในการปรับท่านั่งและท่ายืน เครื่องช่วยยืนสามารถปรับ ระยะความยาวของช่วงขา และมุมกว้างของขา รวมทั้งยังสามารถปรับมุมเอียงของชุดวางเท้าได้ตามสรีระของ ผู้ป่วยเด็ก มีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย ซึ่งประกอบด้วยเบาะข้างล าตัวที่สามารถปรับขึ้นลงได้ตามสรีระ ของผู้ป่วยเด็ก มีสายรัดตามต าแหน่งต่างๆ ได้แก่ ชุดหมอนรัดตัว สายรัดช่วงเอว สายรัดเข่าที่สามารถปรับมุม ได้ตามท่านั่งและท่ายืน และสายรัดเท้า นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งแผ่นรองแขนเพื่อใช้ส าหรับวางแขนหรือสิ่งของที่ ใช้ในการท ากิจกรรมบ าบัด มีต้นทุนในการสร้างเครื่องประมาณ 20,000 บาท ซึ่งถูกกว่าการน าเข้าจาก ต่างประเทศประมาณ 3.85 เท่า เมื่อน ามาให้บริการแก่ผู้ป่วยเด็ก สามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาประมาณ 28 วัน เมื่อประเมินพัฒนาการด้านการเปลี่ยนแปลงมุมของข้อต่อช่วงสะโพก ขา และข้อเท้า ของผู้ป่วยเด็ก สมองพิการที่ได้เข้ารับการกายภาพบ าบัดด้วยเครื่องช่วยยืนนี้ พบว่าผู้ป่วยเด็กสมองพิการมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เล็กน้อย ส าหรับการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อเครื่องช่วยยืนส าหรับผู้ป่วยเด็กสมองพิการนี้ พบว่าภาพรวม ของความพึงพอใจที่มีต่อเครื่องช่วยยืนฯ ร้อยละ 60 มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง และร้อยละ 40 มีความพึงพอใจในระดับดี