การกัดเซาะดินเป็นปัญหาต่อระบบนิเวศและมีค่าใช้จ่ายในการจัดการ โดยมีปัจจัยหลักคือ ปริมาณน้ำฝนต่อหน่วยเวลา งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่มาใช้งานแทนวัสดุสังเคราะห์ด้านงานดิน โดยเลือกใช้ยางสายพานที่ผ่านการใช้งานแล้วและไม่มีมูลค่า ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการเพื่อกำจัด มาใช้แทนวัสดุสังเคราะห์สำหรับงานป้องกันการกัดเซาะภายใต้สภาวะฝนตกหนักมาก ปริมาณ 120 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง โดยจำลองการทดลองแบบเอียง ผลการทดลองจาก 8 เงื่อนไขการศึกษาที่แตกต่างกันในด้าน มุมเอียง ความหนาแน่นของดิน และการนำแผ่นยางมาใช้ในการปกป้อง พบว่า การใช้ยางสายพานสามารถป้องกันการกัดเซาะดินจากฝนตกได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการไม่ใช้ยางสายพาน นอกจากนี้ยังพบว่าความลาดชันมีผลต่อปริมาณดินที่ถูกกัดเซาะ เมื่อความลาดชันเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ดินถูกกัดเซาะมากขึ้นตาม แต่เมื่อความลาดชันถึง 45 องศา การใช้ยางสายพานมีประสิทธิภาพการป้องกันการกัดเซาะดินใกล้เคียงกับไม่ใช้ยางสายพาน ปัจจัยการเพิ่มความหนาแน่นของดินจะช่วยให้ดินเกิดการกัดเซาะน้อยลง และเมื่อใช้ยางสายพานร่วมจะช่วยให้ลดการกัดเซาะได้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ด้วยประสิทธิผลนี้สามารถประยุกต์ใช้ในพื้นที่กองทิ้งดิน คันดิน และผนังบ่อเหมืองได้