การป้องกันการกัดเซาะพื้นที่ลาดเอียงในกรณีฝนตกหนักมากด้วยแผ่นยางรีไซเคิล

จำนวนผู้เข้าชม 4
รหัสบทความ

ชื่อบทความ (TH)
การป้องกันการกัดเซาะพื้นที่ลาดเอียงในกรณีฝนตกหนักมากด้วยแผ่นยางรีไซเคิล

ชื่อบทความ (EN)
Heavy Rainfall-induced Slope Erosion Prevention by Recycled Rubber Textile

ชื่อวารสาร
วารสารวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล

คุณภาพ
ผลงานตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับชาติ (ในฐานข้อมูล Thai Journal Citation Index (TCI))

ผู้ร่วมประพันธ์ (ภายนอก)
วิทยกุล สิทธิสาร ศิวโรฒม์ ศิริลักษณ์

ปีงบประมาณ
2568

คำสำคัญ (Keyword)
เหมืองแร่ การป้องกันการกัดเซาะ ปริมาณน้ำฝนต่อหน่วยเวลา การกัดเซาะดิน วัสดุเหลือทิ้ง

บทคัดย่อ

การกัดเซาะดินเป็นปัญหาต่อระบบนิเวศและมีค่าใช้จ่ายในการจัดการ โดยมีปัจจัยหลักคือ ปริมาณน้ำฝนต่อหน่วยเวลา งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่มาใช้งานแทนวัสดุสังเคราะห์ด้านงานดิน โดยเลือกใช้ยางสายพานที่ผ่านการใช้งานแล้วและไม่มีมูลค่า ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการเพื่อกำจัด มาใช้แทนวัสดุสังเคราะห์สำหรับงานป้องกันการกัดเซาะภายใต้สภาวะฝนตกหนักมาก ปริมาณ 120 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง โดยจำลองการทดลองแบบเอียง ผลการทดลองจาก 8 เงื่อนไขการศึกษาที่แตกต่างกันในด้าน มุมเอียง ความหนาแน่นของดิน และการนำแผ่นยางมาใช้ในการปกป้อง พบว่า การใช้ยางสายพานสามารถป้องกันการกัดเซาะดินจากฝนตกได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการไม่ใช้ยางสายพาน นอกจากนี้ยังพบว่าความลาดชันมีผลต่อปริมาณดินที่ถูกกัดเซาะ เมื่อความลาดชันเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ดินถูกกัดเซาะมากขึ้นตาม แต่เมื่อความลาดชันถึง 45 องศา การใช้ยางสายพานมีประสิทธิภาพการป้องกันการกัดเซาะดินใกล้เคียงกับไม่ใช้ยางสายพาน ปัจจัยการเพิ่มความหนาแน่นของดินจะช่วยให้ดินเกิดการกัดเซาะน้อยลง และเมื่อใช้ยางสายพานร่วมจะช่วยให้ลดการกัดเซาะได้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ด้วยประสิทธิผลนี้สามารถประยุกต์ใช้ในพื้นที่กองทิ้งดิน คันดิน และผนังบ่อเหมืองได้


เขตพื้นที่
เชียงใหม่

คณะ
คณะวิศวกรรมศาสตร์

สาขา
วิศวกรรมเครื่องกล

สาขาวิชา
วศ.บ.วิศวกรรมเหมืองแร่

รายการที่เกี่ยวข้อง